เครือข่ายงดเหล้าอีสานบน เปิดเวที “โชว์ แชร์ เชื่อม” ปลูกพลังบวกเด็กปฐมวัย ยกย่องสถานศึกษาแหล่งเรียนรู้และต้นแบบ 26 แห่ง พร้อมเปิดศึก SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ปั้นเยาวชนห่างไกลปัจจัยเสี่ยง
ขอนแก่น – สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดเวที “โชว์ แชร์ เชื่อม เชิดชูเกียรติ” แลกเปลี่ยนบทเรียนครูปฐมวัยจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 11 จังหวัด พร้อมยกย่องสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ 26 แห่ง ที่ร่วมขับเคลื่อน มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เด็กตั้งแต่วัยเริ่มต้น ควบคู่กับการเปิดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกโซนภาคอีสานตอนบน เพื่อใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างปลอดภัย ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง
นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการ “ปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ สำหรั บเด็กปฐมวัย” เป็นความร่วมมือสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ สสส. เพื่อสร้างการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กเล็กซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของพัฒนาการทางสมองและทักษะชีวิต โดยเฉพาะการป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด สื่อออนไลน์ รอบด้าน โดยใช้แนวทางพัฒนาสมอง EF และ ใช้กระบวนการแบบ Active Learning ผ่านครูปฐมวัยปลูกพลังบวก ที่ได้รับการพัฒนาชุดคำถามแบบ RCA คือ ทักษะครูที่ทำให้เด็กคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาผ่านการตั้งคำถาม เชื่อมโยงและปรับใช้ ผ่านสื่อการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ เช่น นิทานมัดหมี่ Say no ใช้น้องไดโนเสาร์ นิทานปลาสร้อย Just say no ใน พร้อมกิจกรรมร้อง เล่น เต้น เล่า พัฒนาการสมวัยทั้งกาย การจัดการอารมณ์ความเครียด การเข้าสังคม ปัญญา เป็นการปลูกวัคซินสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยง และสร้างความคงสภาพให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ
ด้าน นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือของหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านโครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงเหล้าและบุหรี่สำหรับเด็กปฐมวัย ควบคู่กับการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน” ซึ่งใช้กีฬาเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์ และปลูกฝังค่านิยมการใช้ชีวิตที่ห่างไกลพฤติกรรมเสี่ยง
ขณะที่ นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า สังคมไทยมีความท้าทาย จากปัจจุบันเด็กไทยเกิดใหม่เพียงประมาณ 4.7 แสนคนต่อปี ขณะที่เด็กเล็กกว่า 42% ไม่ได้เติบโตในครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ อีกทั้งครอบครัวจำนวนมากมีฐานะทางเศรษฐกิจเปราะบาง ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังพบแนวโน้มเด็กและเยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากกว่า 2 แสนราย รวมถึงการแพร่กระจายของการพนันออนไลน์ การตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาวะและพัฒนาการของเด็กและเยาวชน
“โครงการจึงมุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมตั้งแต่ระดับปฐมวัย ผ่านการทำงานร่วมกันของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน โดยครูนำสื่อการเรียนรู้เรื่องปัจจัยเสี่ยงมาบูรณาการในแผนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตของเด็ก ทั้งการรู้คุณค่าตนเอง การคิดวิเคราะห์ การจัดการอารมณ์ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น พร้อมเชื่อมโยงกับนโยบายโรงเรียนสีขาวของกระทรวงศึกษาธิการ และเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก” นายธีระกล่าว
ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ 2,789 แห่ง ใน 36 จังหวัด โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 919 แห่ง ซึ่งในเขตภาคอีสานตอนบน มีจำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครพนม มหาสารคาม หนองบัวลำภู เลย และสกลนคร โดยมีสถานศึกษาเข้าร่วมจำนวน 210 แห่ง และมีแนวโน้มที่จะขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ เช่น อุดรธานี และร้อยเอ็ด
ภายในงานยังมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานศึกษาที่มีผลงานโดดเด่น 26 แห่ง พร้อมจัดการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 รอบคัดเลือกโซนภาคอีสานตอนบน สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี จำนวน 16 ทีม จาก 11 จังหวัด เพื่อคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพ ฝึกวินัย การทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างอย่างมีคุณค่า
เวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนบทเรียนการพัฒนาเด็กปฐมวัย แต่ยังเป็นการเชื่อมพลังของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน ในการร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเติบโตของเด็กและเยาวชนไทย ให้มีภูมิคุ้มกันทางความคิดและทักษะชีวิต สามารถก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง และเติบโตเป็นพลังสำคัญของสังคมไทยต่อไป










No comments:
Post a Comment