สสส.-เครือข่ายพุทธิกา ชูความสำเร็จโมเดล 'คลองเตยปันกันอิ่ม' ฝ่าวิกฤตสู่โอกาสเกื้อกูลสังคม ดึงพ่อค้า-แม่ค้าเป็นสะพานบุญ เดินหน้าชวนชาวไทยต่อยอดปรากฏการณ์แบ่งปัน 'ชุมชนอิ่มท้อง ร้านค้าอยู่รอด' ให้ยั่งยืนในสังคม - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2563

สสส.-เครือข่ายพุทธิกา ชูความสำเร็จโมเดล 'คลองเตยปันกันอิ่ม' ฝ่าวิกฤตสู่โอกาสเกื้อกูลสังคม ดึงพ่อค้า-แม่ค้าเป็นสะพานบุญ เดินหน้าชวนชาวไทยต่อยอดปรากฏการณ์แบ่งปัน 'ชุมชนอิ่มท้อง ร้านค้าอยู่รอด' ให้ยั่งยืนในสังคม


เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ร่วมกับ มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา จัดงานเสวนา 'ปันกันอิ่ม จากวิกฤตสู่โอกาสเกื้อกูลสังคม' เปิดโมเดลความสำเร็จ 'คลองเตยปันกันอิ่ม' ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการแบ่งปัน 'ชุมชนอิ่มท้อง ร้านค้าอยู่รอด' พร้อมเดินหน้าขยายอีก 5 ชุมชน ภายใต้แนวคิด 'ปันกันอิ่ม' ลดผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคมในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน 
พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต และประธานมูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา กล่าวว่า แนวคิด 'ปันกันอิ่ม' เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2561 มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา ภายใต้การสนับสนุนของ สสส.  ริเริ่มโครงการปันกันอิ่ม เพื่อให้คนไทยสามารถทำบุญได้ง่าย เพียงมีเงิน 20-30 บาท วิธีการคือ นำเงินไปฝากไว้กับแม่ค้าหรือซื้ออาหารฝากพ่อค้า-แม่ค้าไว้ จากนั้นพ่อค้า-แม่ค้าจะให้กับคนที่ไม่มีอาหารกิน ทำให้คนที่เดือดร้อนได้รับสิ่งที่บรรเทาความทุกข์ นับเป็นการทำบุญที่น่าอนุโมทนามาก ที่อาตมาเรียกว่าเป็นการทำบุญก็เพราะว่าผู้ให้ได้สละเงิน สละสิ่งของ หรืออาหารให้แก่ผู้ที่เขาเดือดร้อนก็ถือว่าเป็นการทำบุญเรียกว่าเป็นการบำเพ็ญทาน ภาษาบาลีเรียกว่าทานมัย การทำบุญไม่ได้แปลว่าจะต้องทำกับพระหรือไม่จำเป็นต้องถวายวัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรทำกันมากๆ ทำได้ง่ายและก็เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งเกิดทั้งประโยชน์แก่ผู้รับและผู้ให้ ผู้รับก็มีความสุข ผู้ให้ก็มีความสุข สุขที่ใจสมกับที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่าผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุน สสส. กล่าวว่า แนวคิดปันกันอิ่มภายใต้โครงการฉลาดทำบุญ เปิดโอกาสให้คนในสังคมได้เข้าถึงประสบการณ์ในการพัฒนาสุขภาวะทางปัญญาผ่านการให้และแบ่งปัน ซึ่งจากวิกฤตโควิด-19 จะเห็นได้ว่า การให้และการแบ่งปันนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยหนุนเสริมให้สังคมอยู่รอด 'โครงการปันกันอิ่ม' ถือเป็นช่องทางใหม่ในการทำบุญ ในรูปแบบที่ง่าย สะดวก และทำได้ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับยุคสมัย โดยมีร้านขายอาหารเป็น 'สะพานบุญ' เชื่อมระหว่างผู้ให้และผู้รับ วิธีนี้นอกจากช่วยให้ผู้รับอิ่มท้องแล้ว ร้านอาหารในชุมชนก็อยู่รอด ทำให้ในชุมชนมีเงินหมุนเวียน นับได้ว่าเป็นมิติใหม่ของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระดับชุมชนที่จะช่วยให้เกิดสังคมที่มีความเกื้อกูล มีวิถีชีวิตสุขภาวะที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต ขณะนี้มีร้านเข้าร่วมโครงการ 68 ร้านค้า และศูนย์อาหาร 1 แห่ง
นางสาวอภิญญา จารุวัฒนชัยกุล เจ้าหน้าที่โครงการคลองเตยดีจัง กล่าวว่า โครงการ 'คลองเตยปันกันอิ่ม' เป็นภาคประชาสังคมที่ทำงานในพื้นที่นำแนวคิดปันกันอิ่มเข้าไปประยุกต์ช่วยเหลือคนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งจากการว่างงานและกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ โดยมีวิธีการคือ นำคูปองอาหารไปมอบให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในชุมชนแทนเงินสดที่ได้จากการรับบริจาคมาจากผู้ใจบุญ เพื่อนำไปซื้ออาหารกับร้านค้าของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ โดยหน้าที่ของร้านค้า คือ ทำอาหารที่สดใหม่ ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค โครงการคลองเตยปันกันอิ่มแจกคูปองให้กับทุกคนในชุมชนเป็นเวลา 3 เดือน และจะขยายไปยังชุมชนอื่นอีก 5 ชุมชน โดยให้ผู้นำในชุมชนนั้น ๆ เป็นผู้ดำเนินงานเอง เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทชุมชน โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการคลองเตยดีจังเป็นผู้คอยแนะนำ
นอกจากนี้ ภายในงานเสวนายังมี นายสืบศักดิ์ เชี่ยวชาญยนต์ เจ้าของร้านมาราธอน ข้าวหมูทอด คุณเชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก คุณสุรนาถ แป้นประเสริฐ จากชุมชนวัดโพธิ์เรียง และ อดีตนางเอกละคร 'ดา - ชฎาพร รัตนากร' มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การเป็นผู้ให้ รวมถึงแนวทางการนำแนวคิดปันกันอิ่มไปต่อยอดในอนาคต สำหรับร้านค้าหรือบุคคลทั่วไปที่สนใจร่วมโครงการปันกันอิ่มกับเครือข่ายมูลนิธิพุทธิกา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เพจเฟซบุ๊ก  : พุทธิกา ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad


Pages