เยาวชนกาญจนบุรี 13 อำเภอ ค้านแก้ พ.ร.บ.สสส. ห่วงกระทบโอกาสการสร้างเสริมสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง - Thailand Times

Breaking


>

Post Top Ad

Wednesday, 14 October 2026

เยาวชนกาญจนบุรี 13 อำเภอ ค้านแก้ พ.ร.บ.สสส. ห่วงกระทบโอกาสการสร้างเสริมสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง

เยาวชนกาญจนบุรี 13 อำเภอ ค้านแก้ พ.ร.บ.สสส. ห่วงกระทบโอกาสการสร้างเสริมสุขภาพ และกิจกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง โดยขาดความต่อเนื่องในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง

สภาเด็กและเยาวชนกาญจนบุรีสะท้อนเสียงจากพื้นที่ ชี้ สสส. เป็นกลไกสำคัญหนุนงบประมาณ ความรู้ และโอกาสให้เยาวชนเข้าถึงกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง หวั่นการเปลี่ยนแปลงกระทบการทำงานต่อเนื่อง เรียกร้องรัฐบาลรับฟังเสียงเยาวชนและชี้แจงหลักประกันการสนับสนุนอย่างชัดเจน


กาญจนบุรี – แกนนำสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรีจาก 13 อำเภอ ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันปัจจัยเสี่ยง ทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด พร้อมสะท้อนบทบาทของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการสนับสนุนภาคีเครือข่าย พัฒนาศักยภาพเยาวชน และสร้างพื้นที่กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในชุมชน โดยร่วมแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงทรัพยากรและการดำเนินงานในระดับพื้นที่


นายสุขุม แสงจันทร์ ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนเผชิญความเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด ซึ่งเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันความเครียดและปัญหาสภาพแวดล้อมอาจทำให้เยาวชนหันไปพึ่งพาสิ่งเหล่านี้ การสร้างความรู้เท่าทันและจัดให้มีพื้นที่สร้างสรรค์จึงเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง


ที่ผ่านมา สสส. สนับสนุนการทำงานของสภาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งงบประมาณ วิทยากร องค์ความรู้ และสื่อรณรงค์ โดยเฉพาะกิจกรรมที่ไม่สามารถขอรับงบประมาณจากจังหวัดได้ เช่น การรณรงค์ต้านยาเสพติดและงดเหล้า ช่วยให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงโอกาสเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ จึงขอให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน และพิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอาจจะทำให้การสนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ลดลงหรือหยุดชะงัก


นายทรงวุฒิ สังขวงศ์สิริ ประธานสภาเด็กและเยาวชนอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เยาวชนยังได้รับโอกาสจากการสนับสนุนของ สสส. ทั้งกิจกรรมถนนสายวัฒนธรรม การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและงดเหล้า ตลอดจนการอบรมพัฒนาทักษะแกนนำ ทำให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ได้เรียนรู้การป้องกันปัจจัยเสี่ยง และมีทางเลือกในการใช้ชีวิตที่เหมาะสม รวมถึงเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มเปราะบางเข้ามามีส่วนร่วม จึงอยากให้รักษากลไกสนับสนุนนี้ไว้ เพื่อให้เยาวชนรุ่นต่อไปได้รับโอกาสเช่นเดียวกัน


ด้าน นายพิเชฐ อุ้ยฟัก ผู้บริหารสภาเด็กและเยาวชนอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เยาวชนไม่ใช่เพียงผู้รับประโยชน์ แต่เป็นผู้มีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชน การสนับสนุนจาก สสส. ช่วยให้เยาวชนมีความรู้ กล้าคิด กล้าทำ และกล้าแสดงออกผ่านกิจกรรมสาธารณะ โดยเฉพาะโครงการรณรงค์ด้านสุขภาพและป้องกันยาเสพติดที่บางส่วนไม่สามารถเบิกงบประมาณจากจังหวัดได้ หากกลไกสนับสนุนเปลี่ยนแปลงไป อาจทำให้การจัดกิจกรรมทำได้ยากขึ้นและความต่อเนื่องของงานลดลง จึงเห็นว่าการแก้ไขกฎหมายต้องรับฟังเสียงของเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน และไม่ทำให้การสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชนอ่อนแอลง


เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรีจึงย้ำจุดยืนว่า การเปลี่ยนแปลงกฎหมายต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางและหลักประกันการสนับสนุนงบประมาณ องค์ความรู้ และกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างชัดเจน เพื่อให้การป้องกันปัจจัยเสี่ยงและการพัฒนาเยาวชนดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง



No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages