เครือข่ายภาคประชาชน เสนอร่าง พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว ในสภาฯ ย้ำยึดหลักผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Monday, 21 September 2026

เครือข่ายภาคประชาชน เสนอร่าง พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว ในสภาฯ ย้ำยึดหลักผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

เครือข่ายภาคประชาชน เสนอร่าง พ.ร.บ. ความรุนแรงในครอบครัว ในสภาฯ ย้ำยึดหลักผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง กฎหมายต้องครอบคลุมความรุนแรงใน ‘คู่รัก’ ด้าน สส. ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เรียงหน้าอภิปรายสนับสนุนให้เร่งแก้กฎหมาย หวัง สส.ทุกพรรค โหวตรับร่างภาคประชาชน

เมื่อเร็วๆนี้ ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ ตัวแทนเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยองค์กรภาคประชาสังคม 15 องค์กร เดินทางเข้าชี้แจง ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ... ฉบับภาคประชาชน ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณารับหลักการ วาระที่ 1 โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ มีประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งร่วมเข้าชื่อเสนอ รวมทั้งสิ้น 23,989 คน เป็นการร่างกฎหมายขึ้นใหม่ทั้งฉบับ และให้ยกเลิก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน โดยในการประชุมครั้งนี้ มีร่างกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวเข้าสู่การพิจารณาพร้อมกันอีก 5 ร่าง ได้แก่ ร่างของคณะรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์


ดร. วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้ประสานงานเครือข่ายต่อต้านความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศประเทศไทย ในฐานะผู้แทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายฉบับภาคประชาชน ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ถึงเหตุผลความจำเป็นที่ภาคประชาชนต้องจัดทำร่างกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวฉบับใหม่ โดยระบุว่า กฎหมายความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่ใช้บังคับมาเกือบ 20 ปี เป็นกฎหมายที่ยังไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ เพราะเน้นไกล่เกลี่ยให้คู่กรณียอมความและคืนดีกัน แทนที่จะคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกกระทำ ซึ่งขัดกับหลักการสากล โดยคณะกรรมการ CEDAW แห่งสหประชาชาติได้ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานฉบับที่ 8 ของประเทศไทยในปี 2568 และพบว่า ผู้หญิงและผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวในประเทศไทย ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงความยุติธรรม เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพิงกระบวนการไกล่เกลี่ยเป็นหลัก  ทำให้ไม่สามารถยุติวงจรปัญหาความรุนแรงได้  ​


ดร. สิรินทิพย์ สมใจ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์ ซึ่งร่วมชี้แจงร่างภาคประชาชนต่อสภาฯ กล่าวว่า จุดเน้นของร่างภาคประชาชน คือการขยายนิยาม “บุคคลในครอบครัว” ให้ครอบคลุมกรณีความรุนแรงในคู่รัก โดยไม่จำกัดว่าเป็นคู่รักต่างเพศหรือเพศเดียวกัน และไม่จำกัดว่าต้องเป็นผู้ที่พักอาศัยร่วมชายคาเดียวกันหรืออยู่กินกันฉันคู่สมรสเท่านั้น นอกจากนี้ ร่างของภาคประชาชนยังกำหนดให้มีการแต่งตั้ง ‘ผู้จัดการรายกรณี’ ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่รับแจ้งเหตุ และให้มี ‘คณะทำงานสหวิชาชีพ’ ร่วมให้บริการและความคุ้มครองแก่ผู้ถูกกระทำรุนแรงอย่างรอบด้านและครบวงจร และร่างภาคประชาชนยังเน้นย้ำหลักการ ให้ผู้บังคับใช้กฎหมายต้องถือเอาผู้ถูกกระทำเป็นศูนย์กลางในการดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมายด้วย


ด้าน นางสาวอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล หนึ่งในคณะผู้ชี้แจงร่างกฎหมายภาคประชาชน ระบุว่า สถิติข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่รวบรวมโดยมูลนิธิฯ พบว่า ในปี 2568 มีข่าวความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 1,021 ข่าว เป็นการทำร้ายจนบาดเจ็บ 474 ข่าว และการฆ่าหรือทำร้ายจนเสียชีวิตถึง 383 ข่าว ในจำนวนนี้ 1 ใน 4 หรือ 121 ข่าว เป็นกรณีแฟนหรือคู่รักทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ และอีก 52 ข่าวเป็นคนที่ถูกคู่รักฆ่าหรือทำร้ายจนเสียชีวิต สะท้อนว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนับวันจะยิ่งทวีความร้ายแรงมากขึ้น ขณะที่กฎหมายความรุนแรงในครอบครัวฉบับ พ.ศ. 2550 ยังมีช่องว่าง เพราะไม่นับรวม ‘คู่รัก’ ว่าเป็นบุคคลในครอบครัวที่พึงได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ทำให้คู่รักที่ประสบปัญหาความรุนแรง ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพและความช่วยเหลืออื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด


“ในการประชุมพิจารณาร่างกฎหมายครั้งนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ลุกขึ้นอภิปรายเป็นจำนวนกว่า 40 คน โดยส่วนใหญ่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว ทั้งนี้ คาดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะประชุมลงมติรับหลักการร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฉบับต่าง ๆ ในวันพุธที่ 23 กันยายนนี้  เครือข่ายหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะมีมติรับร่าง พ.ร.บ.ของภาคประชาชน  เพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่วมกับกับทั้ง 5 ร่าง  เพื่อให้เกิดความรอบคอบสามารถนำประสบการณ์การทำงานที่เห็นจุดอ่อนของกฎหมายเดิมมาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด” นางสาวอังคณา กล่าว




No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages