สสส.- มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เชิญชวนผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ร่วมรณรงค์ลดผลกระทบพนัน สร้างเกราะป้องกันเด็ก เยาวชน และครอบครัว ชี้เกิดผลกระทบ "Domino Effect 1:8" การพนันไม่ได้ทำร้ายแค่คนเล่น
ที่โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เพื่อสะท้อนผลกระทบของการพนันฟุตบอลที่ไม่ได้จบลงเพียงการสูญเสียเงิน แต่ลุกลามสู่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และคนใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันในระยะยาว
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า สาเหตุสำคัญของความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เกิดจากการพนันเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานมาจาก ทัศนคติชายเป็นใหญ่ ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พบว่า ในแต่ละปีมีการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวประมาณ 4,500 กรณี หรือเฉลี่ยมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 42 คนต่อวัน โดยกว่า 80% ของผู้กระทำเป็นผู้ชาย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยร่วมที่ทำให้ความรุนแรงปะทุขึ้นได้ง่าย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ สุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้กระทำ และหากมีการพนัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเสพติดร่วมด้วย ก็จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้ความรุนแรงเกิดขึ้นได้รวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น
นายธนากร กล่าวว่า ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจะเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ที่ติดตามสถานการณ์ตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2018 พบว่า ทุกครั้งที่ทีมชาติอังกฤษลงแข่งขัน อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึง 25% ขณะเดียวกัน ยังมีการประเมินว่า ผู้ที่เล่นพนันจนเกิดปัญหาเพียง 1 คน สามารถสร้างผลกระทบแบบ "Domino Effect" ไปยังคนรอบข้างได้ถึง 8 คน หรือในอัตราส่วน 1:8 กล่าวคือ การพนันไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะผู้เล่น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคู่สมรส บุตร พ่อแม่ และคนใกล้ชิดที่ไม่ได้เล่นพนันด้วย "การพนันไม่ได้ทำร้ายแค่ผู้เล่น แต่ยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอีกอย่างน้อย 8 คน ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เล่นพนัน" นายธนากรกล่าว
พร้อมเสนอว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการจัดให้มี หน่วยบริการให้คำปรึกษาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน พร้อมรื้อฟื้นมาตรการเชิงรุกที่เคยดำเนินการในอดีต ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเคยสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้ง สายด่วนเลิกพนัน เพื่อทำงานด้านการรณรงค์ การวิจัย และการให้คำปรึกษา ก่อนที่โครงการดังกล่าวจะยุติลง นอกจากนี้ เสนอให้สื่อผู้ได้รับสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น JAS, TrueVisions, PPTV, AIS PLAY และไทยรัฐทีวี ร่วมกันขับเคลื่อนการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ ไม่ปล่อยให้การรับชมกีฬากลายเป็นช่องทางหรือปัจจัยสนับสนุนการพนัน ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงและความสูญเสียภายในครอบครัวในที่สุด
นางสุภาภรณ์ ชมชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชนกล่าวว่า การพนันฟุตบอลและการพนันออนไลน์ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ การศึกษา เศรษฐกิจของครอบครัว และความสัมพันธ์ภายในครอบครัว อีกทั้งยังอาจผลักดันให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่การกระทำความผิดและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ด้วยเหตุนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงได้นำประเด็นการพนันมาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงและความจำเป็น (Risk and Needs Assessment : R&N) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดแผนการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และป้องกันการกระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการการเฝ้าระวัง การสร้างเครือข่ายกับสถานศึกษา การให้บริการคลินิกให้คำปรึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ด้านการรู้เท่าทันการพนัน และการสร้างภูมิคุ้มกันด้านกฎหมาย วินัย และการรู้เท่าทันสื่อให้แก่เด็กและเยาวชน
"การทำงานของกรมพินิจฯ ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ไขเด็กหลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ต้องป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดปัญหา เพราะการพนันเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อทั้งตัวเด็ก ครอบครัว และอาจนำไปสู่การกระทำผิดในอนาคต เด็กทุกคนควรเติบโตในครอบครัวที่ปลอดภัย ไม่ใช่เติบโตท่ามกลางผลกระทบของการพนัน" นางสุภาภรณ์กล่าว
ภายในเวทีเสวนา มีการถ่ายทอดเรื่องจริงจาก 2 กรณีศึกษา ที่สะท้อนให้เห็นว่า "การพนันฟุตบอล" ไม่ได้ทำร้ายเฉพาะผู้เล่น แต่สร้างบาดแผลให้กับคนทั้งครอบครัว
กรณีแรก "ฟุตบอลโลก...ฝันของฉันกับความเปลี่ยนผันของพ่อ" โดย คุณณิชาภา ลี้เลิศกิจ ลูกสาวที่เติบโตมากับความรักในฟุตบอล ความทรงจำจากการเชียร์บอลกับพ่อและการเดินทางไปชมฟุตบอลโลก กลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด เมื่อพ่อจมอยู่กับการพนันฟุตบอลจนครอบครัวสูญเสียทรัพย์สิน ธุรกิจ และความสัมพันธ์ เธอต้องขายทรัพย์สินส่วนตัว ประคองกิจการ รับมือเจ้าหนี้ และเห็นครอบครัวแตกสลาย ก่อนทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะเทือนใจว่า "นรกมีจริง...แต่มันคือนรกบนดิน" พร้อมย้ำว่า ฟุตบอลไม่เคยเป็นผู้ร้าย แต่การพนันต่างหากที่พรากความสุขและความไว้วางใจของครอบครัวไปทีละน้อย
กรณีศึกษา "ความรุนแรงในครอบครัวจากฟุตบอลโลก 2026...ภัยเงียบที่มีอยู่จริง!" โดย คุณเตย ผู้นำชุมชนเคหะคลองเก้า เขตคลองสามวา ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงวัยทำงานถูกสามีทำร้ายร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากสามีสูญเสียเงินจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ จนเธอต้องส่งลูกวัย 3 ขวบไปอยู่กับตาและยายเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ตนเองยังไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรความรุนแรงได้ คุณเตยชี้ให้เห็นว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่ต้นเหตุของความรุนแรง แต่การพนันฟุตบอลเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ปัญหาความรุนแรงที่มีอยู่เดิมปะทุขึ้น พร้อมย้ำว่าชุมชนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการรับฟัง ประเมินความเสี่ยง และเชื่อมต่อผู้ถูกกระทำเข้าสู่ระบบคุ้มครองและช่วยเหลือ เพราะสิ่งที่สังคมควรถาม ไม่ใช่ว่า 'ทำไมเธอยังไม่ออกมา' แต่คือ 'เราได้สร้างทางออกที่ปลอดภัยพอให้เธอเดินออกมาหรือยัง





No comments:
Post a Comment