คปภ. เปิดการอบรมหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 14 ยกระดับเครือข่ายผู้นำภาครัฐ–เอกชน เสริมศักยภาพการบริหารความเสี่ยง สร้าง Insurance Ambassador - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Friday, 19 June 2026

คปภ. เปิดการอบรมหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 14 ยกระดับเครือข่ายผู้นำภาครัฐ–เอกชน เสริมศักยภาพการบริหารความเสี่ยง สร้าง Insurance Ambassador

คปภ. เปิดการอบรมหลักสูตร วปส. รุ่นที่ 14 ยกระดับเครือข่ายผู้นำภาครัฐ–เอกชน  เสริมศักยภาพการบริหารความเสี่ยง สร้าง Insurance Ambassador ขับเคลื่อนระบบประกันภัยไทยสู่อนาคต

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง จัดพิธีเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก ท่านลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) กล่าวรายงาน ทั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจประกันภัย และภาคเอกชน เข้าร่วมการศึกษาอบรมรวมทั้งสิ้น 150 คน

ในการนี้ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเปิดงาน โดยมีใจความสำคัญว่า บทบาทประกันภัยในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านเพื่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) รุ่นที่ 14 เป็นหลักสูตรที่ออกแบบให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมจากหลากหลายช่วงวัยและหลากหลายภาคส่วนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน โดยผู้บริหารรุ่นใหม่สามารถนำความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีมาถ่ายทอด ขณะที่ผู้บริหารที่มีประสบการณ์สามารถแบ่งปันมุมมองและบทเรียนจากการปฏิบัติงานจริง อันจะก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องและสร้างเครือข่ายผู้นำที่เข้มแข็งในระยะยาว โดยตลอดระยะเวลา 6 เดือนของการศึกษาอบรม ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับทั้งองค์ความรู้ด้านการประกันภัย การบริหารความเสี่ยง และมุมมอง เชิงยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและการดำเนินงานในภาคส่วนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งก้าวสู่การเป็น “Insurance Ambassador” ที่มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้และสร้างความเข้าใจให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่สำคัญของประเทศ


ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันประชาชนมีความเกี่ยวข้องกับการประกันภัยมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ ขณะที่โลกกำลังเผชิญความเสี่ยงที่มีความซับซ้อน รุนแรง และผันผวนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ส่งผลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงกลายเป็นประเด็นสำคัญของทุกภาคส่วน รวมถึงภาครัฐ ซึ่งได้นำกลไกการประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงและการสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศมากขึ้น โดยเห็นว่าการมองความเสี่ยงอย่างรอบด้านและครบถ้วนจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยประกันภัยถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในการลดและบริหารความเสี่ยง และถึงแม้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยจะมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับรวมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Insurance Penetration) อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 5 ของ GDP แต่ยังคงมีช่องว่างและความท้าทายอีกมากในการขยายการเข้าถึงระบบประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการประกันภัยในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบธุรกิจ


ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงการคลังได้กล่าวชื่นชมสำนักงาน คปภ. ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมการประกันภัยรายย่อย (Micro Insurance) ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงความคุ้มครองให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการสนับสนุนช่องทางการจำหน่ายที่มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้สะดวกและเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับผู้ประกอบการและนักลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อดึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัยให้ตอบโจทย์ความเสี่ยงรูปแบบใหม่ได้ดียิ่งขึ้น อันจะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว พร้อมฝากข้อคิดสำคัญแก่ผู้เข้ารับการศึกษาอบรม 3 ประการ ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk Leadership) การเป็นผู้เชื่อมโยงความร่วมมือ (Collaborative Leadership) และการเป็น “Insurance Ambassador” ที่ร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยงให้แก่สังคมใน  วงกว้าง โดยเน้นย้ำว่า “อนาคตไม่ได้เป็นของคนที่กลัวความเสี่ยง แต่อยู่ในมือของผู้นำที่เข้าใจความเสี่ยง และสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นโอกาสได้”

ด้านนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาองค์ความรู้ จริยธรรม และศักยภาพด้านการประกันภัยของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมด้านประกันภัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านองค์ความรู้ของระบบประกันภัยไทย โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรในภาคธุรกิจประกันภัย ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนทั่วไป สามารถใช้ประโยชน์จากสถาบันฯ ในการศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาความรู้ด้านการประกันภัย การบริหารความเสี่ยง เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในปี 2554 สถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสถาบันฯ ซึ่งนับเป็นสิริมงคลและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาสถาบันให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการประกันภัยของประเทศ


เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรอบด้าน ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จึงมุ่งพัฒนาหลักสูตร วปส. ให้เป็นเวทีสร้างผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจด้านประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ โดยเพิ่มองค์ความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยี InsurTech การบริหารความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Cyber Risk) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม


หลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสร้างผู้นำเช่นนั้นให้กับประเทศ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคธุรกิจประกันภัย มีความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ด้านการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการเสริมสร้างภาวะผู้นำและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ โดยตลอดระยะเวลาการศึกษาอบรม ผู้เข้ารับการอบรมจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้จากกรณีศึกษาที่หลากหลาย สร้างเครือข่ายผู้นำที่มีพลังเปลี่ยนแปลงอนาคต รวมทั้งพัฒนาแนวคิดที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารองค์กรและการดำเนินงานในภาคส่วนต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และระบบประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป






No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages