วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ขับเคลื่อน “ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Friday, 19 June 2026

วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ขับเคลื่อน “ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วช. ผนึก 11 ภาคีเครือข่าย Big Brothers ขับเคลื่อน “ชันโรง” สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจชุมชน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมการประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 “Big Brothers…สร้างป่า... สร้างเศรษฐกิจเพื่อสังคม...ด้วยชันโรง” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในการเปิดงาน และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 กับ 11 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร

ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว กล่าวว่า การขับเคลื่อนเครือข่าย “สร้างป่า สร้างเศรษฐกิจ เพื่อสังคมชันโรง” ระยะที่ 3 เป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์จากชันโรงให้เป็นเศรษฐกิจฐานรากที่มีมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่กำลังได้มีการจัดทำ โดยอาศัยองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชนและส่งต่อเป็นอาชีพสู่คนรุ่นต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวประกาศเจตนารมณ์ว่า “วช. มีความมุ่งมั่นในการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสนับสนุนเครือข่ายชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมขยายผลสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้แก่ชุมชนอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งใช้การเลี้ยงชันโรงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ผ่านการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและการสร้างป่า โดย วช. พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง” และภาคีเครือข่าย 11 องค์กร ที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด กลุ่มบริษัท ดาวประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล วิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา ระยอง  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมการเกษตร และ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี


นอกจากนี้  ยังมีการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

- สถานการณ์การเลี้ยงชันโรงในประเทศและต่างประเทศ และประโยชน์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ประธานภูมิภาคเอเชียสมาคมผึ้งโลก Apimondia ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและอุตสาหกรรม หัวหน้าศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

- นโยบายภาครัฐกับการยกระดับชันโรงไทยสู่เกษตรมูลค่าสูงและมาตรฐานสากล โดย นางสาวนริศรา วายนต์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมแมลงเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการเกษตร

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในพื้นที่ป่า โดย นายอิสราพงษ์ วรผาบ นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กลุ่มงานวิจัยกีฏวิทยาและจุลชีววิทยาป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

- ประสบการณ์การเลี้ยงชันโรงในสวน โดย คุณยอดขวัญ รุจะวาที วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงบ้านวัดยางงาม ราชบุรี

- ประสบการณ์การพัฒนาฟาร์มชันโรงที่ได้มาตรฐาน GAP รายแรกของจังหวัดขอนแก่น โดย คุณอารยา เกิดดี ผู้ดูแลฟาร์มชันโรงนา 3 ดี

- การพัฒนาตลาดของผลิตภัณฑ์ชันโรง โดย คุณศุภสิทธ์ จำปาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจชีวภาพ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน)

และดำเนินการเสวนา โดย ดร.จักราวุธ ไม้ทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายอุตสาหกรรมสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง


การประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเครือข่าย Big Brothers ระยะที่ 3 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคชุมชน ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรหลักสำคัญอันจะส่งผลกระทบไปสู่ทรัพยากรด้านอื่น อาทิทรัพยากรน้ำ ความสมบูรณ์ของดิน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ รวมทั้งการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม












No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages