สสส.-เครือข่ายงดเหล้า เปิดหลักสูตร “Up-Level” ปั้นโค้ชฟุตซอลสู่มาตรฐานสากล ชูบทบาท “โค้ชสร้างคน” ใช้กีฬาเสริมเกราะป้องกันเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง
กรุงเทพมหานคร – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายงดเหล้า (SDN) และ มูลนิธิวิถีสุข เปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรผู้ฝึกสอนนักสร้างเสริมสุขภาวะ ภายใต้โครงการ “เดอะโค้ช ผู้สร้างแรงบันดาลใจ สานฝันสู่ความเป็นจริง” รุ่น Special Course หลักสูตรพิเศษ “Up-Level” มุ่งยกระดับศักยภาพโค้ชระดับพื้นที่สู่มาตรฐานสากล ควบคู่การบูรณาการองค์ความรู้ด้านการป้องกันปัจจัยเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมให้เยาวชน
การดำเนินโครงการได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายฟุตซอลระดับอาเซียน บริษัท บาโอจิ จำกัด และมหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ โดยจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี
นายชัยณรงค์ คำแดง ประธานมูลนิธิวิถีสุข เปิดเผยว่า การอบรมดังกล่าวจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มีเครือข่ายโค้ชที่ผ่านการพัฒนาแล้วมากกว่า 600 คน สำหรับหลักสูตรพิเศษในปี 2569 มีผู้สมัครเข้าร่วม 311 คน และผ่านการคัดเลือกเพียง 45 คน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีผลงานโดดเด่นในระดับพื้นที่ เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาโค้ชให้สามารถใช้กีฬาเป็นเครื่องมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เสริมสร้างวินัย และลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพในกลุ่มเยาวชน พร้อมขยายผลสู่ชุมชนและสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของโครงการสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่ความสำเร็จในการแข่งขัน SDN Futsal No-L มักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันทีมจากภูมิภาคสามารถยกระดับศักยภาพและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ในระดับประเทศได้มากขึ้น แสดงถึงโอกาสที่เปิดกว้างและการพัฒนาอย่างทั่วถึง
ด้าน นายบุญเลิศ เจริญวงษ์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตซอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี และผู้ฝึกสอนระดับ AFC กล่าวว่า หลักสูตรนี้ออกแบบโดยผสานองค์ความรู้ตามมาตรฐานสากลของ AFC, UEFA และ FIFA ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้ฝึกสอนสามารถวิเคราะห์และออกแบบการฝึกซ้อมที่เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละช่วงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ หลักสูตรยังให้ความสำคัญกับการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างวินัยและป้องกันปัจจัยเสี่ยง อาทิ ยาเสพติดและแอลกอฮอล์ โดยย้ำว่าความสำเร็จของนักกีฬาในระยะยาวจำเป็นต้องมาพร้อมสุขภาวะที่ดีและการปลอดจากสารเสพติด
ขณะที่ ผศ.ดร.เพียงเดือน เกิดอำแพง ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการทั้งด้านสถานที่และบุคลากร เนื่องจากสอดคล้องกับนโยบาย “สถาบันปลอดบุหรี่” และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดปัจจัยเสี่ยง โดยเชื่อว่าการยกระดับศักยภาพโค้ชให้มีมาตรฐานสากล จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนานักกีฬาที่มีคุณภาพทั้งด้านทักษะและวินัยชีวิต
ในมุมของผู้เข้าร่วมอบรม นายบุญฤทธิ์ อยู่คร ผู้ฝึกสอนจากโรงเรียนศรีสำโรงชนูปถัมภ์ จังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวช่วยต่อยอดความรู้เชิงลึก โดยเฉพาะการฝึกตามโซนอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) และการออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาทีมและขยายผลสู่เครือข่าย “พี่สอนน้อง” ในระดับพื้นที่ รวมถึงการจัดกิจกรรมแข่งขันเพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชน โดยใช้กีฬาฟุตซอลเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงเยาวชนออกจากพฤติกรรมเสี่ยง
ด้าน น.ส.ธนพร นวลสุวรรณ ผู้ฝึกสอนจากโรงเรียนกันตังพิทยากร จังหวัดตรัง กล่าวว่า เนื้อหาการอบรมช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ด้านการวิเคราะห์เกมและกระบวนการฝึกสอนในระดับทีมชาติอย่างครบถ้วน พร้อมนำไปใช้เตรียมความพร้อมนักกีฬาสู่การแข่งขันในอนาคต ควบคู่กับการปลูกฝังวินัยและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ บทบาทของ “โค้ช” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสอนทักษะกีฬา แต่ยังรวมถึงการดูแลและพัฒนานักกีฬาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม
สำหรับโครงการ “เดอะโค้ช ผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ยังคงยืนยันมาตรฐานการอบรมที่เข้มข้น เทียบเท่าระดับสากล โดยมุ่งพัฒนาโค้ชจาก “ผู้สอน” สู่ “ผู้สร้างคน” เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด และการพนัน อันจะนำไปสู่โอกาสในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพและทีมชาติอย่างยั่งยืนในอนาคต








No comments:
Post a Comment