เปิดเทอมนี้ ฉีดวัคซีนคุ้มกันเด็กจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ ที่มุ่งล่าเหยื่อเด็ก ครีเอตแนวคิดใช้ละครสร้างการเรียนรู้สู้กับมาร - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Tuesday, 12 May 2026

เปิดเทอมนี้ ฉีดวัคซีนคุ้มกันเด็กจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ ที่มุ่งล่าเหยื่อเด็ก ครีเอตแนวคิดใช้ละครสร้างการเรียนรู้สู้กับมาร

เปิดเทอมนี้ ฉีดวัคซีนคุ้มกันเด็กจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  บุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ ที่มุ่งล่าเหยื่อเด็ก ครีเอตแนวคิดใช้ละครสร้างการเรียนรู้สู้กับมาร 

เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมทีเค พาเลซ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดแถลงข่าว “เปิดเทอมชนะมาร” มุ่งเป้าฉีดวัคซีนคุ้มกันเด็กจากการล่าเหยื่อของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  บุหรี่ไฟฟ้า พนันออนไลน์ด้วยกระบวนการละครสร้างสรรค์

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ทุกวันนี้เด็กเยาวชนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปัจจัยเสี่ยงมากมาย ทั้งบุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มมึนเมา พนันออนไลน์ ที่ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ “ล่าเหยื่อ” ที่มุ่งเป้ามาหาเด็กและเยาวชน  เช่น  ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่สร้างแรงดึงดูดใจต่อเด็กและเยาวชน เช่น บุหรี่ไฟฟ้าที่คล้าย “ของเล่น” ที่เรียกว่า Toy pod หรือมาในรูปคล้ายยาดม ที่เรียกว่า “พอดจมูก” ใช้รูปแบบ สี และกลิ่น ที่พยายามเจาะตลาดเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน หรือธุรกิจพนันออนไลน์ที่เน้นการโฆษณาโดยใช้อินฟลูเอ็นเซอร์ เจาะเข้าหาเด็กทุกช่องทาง อีกทั้งพยายามพรางตัวว่าไม่ใช่เว็บพนัน แต่เป็นเว็บเกม หรือเว็บลงทุน 


“จะทำอย่างไรให้เด็ก เยาวชน ไม่ตกเป็นเหยื่อจากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้  สสส. จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความรอบรู้ทางสุขภาพ สามารถเข้าถึงข้อมูล โดยเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจ  เสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้รอดไม่ตกเป็นเหยื่อจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเลือกแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับตนเอง และสามารถเผยแพร่แนวคิด เพื่อชักชวนคนอื่นให้ปฏิบัติตามได้นี่คือเป้าหมายสำคัญ”รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว


ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า การปกป้องเด็กเยาวชนให้ปลอดภัยจากความเสี่ยงต่างๆ เป็นภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญอย่างยิ่งและทำมาโดยตลอด แต่สิ่งเหล่านี้มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา จึงต้องการองค์ความรู้และเครื่องมือใหม่ในการรับมือ โครงการชนะมารมีความโดดเด่นด้านการนำศาสตร์ด้านการละครมาสร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็ก สื่อสารให้เด็กเกิดจินตนาการ เห็นภาพเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับความเสี่ยงต่างๆ และกระตุ้นให้เด็กคิดค้นหาคำตอบที่เป็นทางเลือกทางรอดด้วยตนเอง เครื่องมือใหม่ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อครู ที่ถือเป็นนักรบด่านหน้า ที่ต้องการการสนับสนุนเครื่องมือที่ทันสมัย จัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เด็กได้รับทั้งสาระและความสุข


ผศ.ดร.ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ คณบดีคณะดนตรีและการแสดง มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า เด็กเจเนอเรชันนี้เติบโตในยุคดิจิทัล ที่มีสภาวะเปราะบางรูปแบบใหม่ ดังนั้นการสร้างภูมิรู้และความเท่าทันแบบดั้งเดิม เช่น การบรรยายที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูล อาจไม่ใช่วิธีที่จะประสบความสำเร็จ ระบบการศึกษาจึงต้องการการเรียนรู้แบบใหม่ การเรียนรู้ด้วยกระบวนการละครถือเป็นการเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวเด็กกับสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงมือทำร่วมกับผู้อื่นในสถานการณ์ทางสังคม เป็นการเรียนรู้ผ่านความรู้สึกในสถานการณ์ละคร ที่จะนำพามาสู่การตกผลึกเป็นความเข้าใจในเรื่องที่มีความซับซ้อนซึ่งการเลือกใช้ "ศิลปะและละคร" เป็นเครื่องมือสร้างภูมิคุ้มกัน คือการสร้าง "ห้องทดลองชีวิต" ที่ปลอดภัย เอื้อให้เยาวชนได้ "แสดง" (Act) เพื่อ "เป็น" (Being) และ "เปลี่ยนแปลงไปสู่" (Becoming) เป็นหัวใจของการเรียนรู้นี้


นายพลวัฒน์ การุญภาสกร ผู้อำนวยการกองการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีทิศทางการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่าง บ้าน-โรงเรียน- ชุมชน เพื่อเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและสิ่งเสพติดต่างๆ และเล็งเห็นคุณค่าของ “ครู” ผู้มีส่วนสำคัญมากในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิรู้ภูมิคุ้มกันในชีวิตให้กับนักเรียน โดยเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในจิตใจเด็กให้เกิดการคิด วิเคราะห์ ยับยั้งชั่งใจ ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด ซึ่งจากการเข้าร่วมงานกับโครงการชนะมารมีความโดดเด่นด้วย “ละครเพื่อการเรียนรู้” นับเป็นนวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงและบริบทของพื้นที่การเรียนรู้และเครือข่ายโรงเรียนและครูที่ทำงานร่วมกัน”


นางสาวรัชฎาพร บุตรเพ็ชร หัวหน้ากลุ่มงานกิจการนักเรียน กองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน สำนักการศึกษา กทม. กล่าวว่า สำนักการศึกษา กทม. มีทิศทางการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัด ภายใต้แนวคิด “ห้องเรียนชีวิต” ที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกช่วงวัย ขยายห้องเรียนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยการเรียนรู้สู่ชุมชนสร้างสรรค์  การหนุนเสริมการเปิดพื้นที่เรียนรู้ โดยการนำ “ละครสร้างสรรค์” มาจัดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับครูและนักเรียน นับเป็นการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้คิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์ 





No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages