สรพ.เปิดสมการสร้างอนาคตระบบสาธารณสุข ต้องใช้ "หัวใจความเป็นมนุษย์" ควบคู่ "นวัตกรรม" - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Wednesday, 11 March 2026

สรพ.เปิดสมการสร้างอนาคตระบบสาธารณสุข ต้องใช้ "หัวใจความเป็นมนุษย์" ควบคู่ "นวัตกรรม"

สรพ.เปิดสมการสร้างอนาคตระบบสาธารณสุข ต้องใช้ "หัวใจความเป็นมนุษย์" ควบคู่ "นวัตกรรม"

สรพ.เปิดมิติใหม่การดูแลผู้ป่วยผ่าน "Compassionate Innovation" ใช้ทั้ง "หัวใจความเป็นมนุษย์" และ "นวัตกรรม" ที่ใส่ใจทั้งด้านกาย ใจ และสังคม ร่วมสร้างสมการอนาคตระบบสาธารณสุข ยกระดับสถานพยาบาลด้วยมาตรฐาน HA ฉบับที่ 6 เผยเป็นฉบับแรกของโลกที่บูรณาการ Digital care การดูแลสุขภาวะบุคลากร และ Sustainable Care พร้อมจัดเวทีประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจต่อยอดการทำงาน ด้านปลัด สธ.เดินหน้า 5 เรื่องขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพด้วยความใส่ใจเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน 

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. จัดงานประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 10-13 มี.ค. 2569 โดย ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานคณะกรรมการ สรพ. กล่าวถึงแนวคิด "Compassionate Innovation: Shaping the Future of Care นวัตกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจ สร้างมิติใหม่ของการดูแล" ว่า แนวคิดดังกล่าวคือการผสมผสานความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และความเป็นมนุษย์ เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาการดูแลสุขภาพ โดยมีหลักการพื้นฐาน 5 เรื่อง คือ 1.Empathy-Driven Design การเข้าใจประสบการณ์ชีวิตและความรู้สึกของผู้ป่วย เช่น ความกลัว ความเจ็บปวด ความเครียดเรื่องเศรษฐานะ ปัญหาครอบครัว 2.Equity&Inclusion นวัตกรรมต้องกระจายได้ทั่วถึงและลดช่องว่างความแตกต่างโดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบาง  3.Whole-Person Care นวัตกรรมที่ส่งเสริมให้ดูผู้ป่วยเป็นองค์รวม ครอบคลุมมิติด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ และสังคม 4.Ethical Responsibility การมีสมดุลของการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการรักษาไว้ซึ่งความเป็นส่วนตัว ความยุติธรรม จริยธรรมของการเข้าถึงหรือการใช้เทคโนโลยี และ 5.Co-Creation ดึงการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย ครอบครัว บุคลากรสุขภาพ ผู้เกี่ยวข้องหน้างาน ช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาด้วยนวัตกรรมด้านต่างๆ เช่น การบริหารจัดการ เทคโนโลยี เป็นต้น 


"ตัวอย่างของนวัตกรรมที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจ เช่น การจัดให้มีการให้คำปรึกษาหรือรักษาทางไกลด้วยเทคที่ง่ายต่อการใช้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การจัดให้มี AI เทคโนโลยีเพื่อช่วยงาน แต่ไม่ใช่เพื่อทดแทนบุคลากรด้านสุขภาพ การจัดสถานที่และภูมิทัศน์ที่ลดความตึงเครียดของผู้ป่วยและญาติ เช่น มีแสงสว่างธรรมชาติ ป้ายบอกทาง พื้นที่สงบที่ผู้ป่วยและญาติที่ไม่ชอบความพลุกพล่าน หรือการจัดให้มีพื้นที่เฉพาะให้กับผู้ป่วยและญาติที่นับถือศาสนาหรือวัฒนธรรมต่างๆ เป็นต้น" ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าว

ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า องค์ประกอบที่จะนำไปสู่การมี Compassionate Innovation ในระบบสุขภาพ ต้องอาศัย 7Cs ได้แก่ 1.Care การนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ดูแลสุขภาพที่ดีด้วยความเข้าอกเข้าใจ ใส่ใจ และเคารพความเป็นส่วนตัวความเป็นบุคคลของผู้ป่วย 2.Compassion นวัตกรรมการดูแลสุขภาพควรส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกัน มุ่งเน้นสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ร่วมกันดูแลสุขภาพผู้ป่วย ญาติ และสังคม โดยต้องรับรู้ เข้าใจ และรู้สึกถึงความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย ที่สำคัญคือต้องลงมือกระทำแก้ไขบรรเทาความเจ็บปวดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วย 3.Competence ความสามารถในการเข้าใจปัญหาสุขภาพและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย  4.Communication การสื่อสารที่ดีเพื่อสร้างสัมพันธภาพและทีมงานที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งการพูดและการฟัง โดยเฉพาะความต้องการของผู้ป่วยหรือญาติ  5.Courage ความกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องในการดูแลผู้ป่วย กล้าดูแลด้วยวิธีการใหม่ๆ กล้าคิดค้นนวัตกรรม  6.Commitment ความมุ่งมั่นทุ่มเทดูแลผู้ป่วย จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และ 7.Community Concern นวัตกรรมการดูแลสุขภาพควรใส่ใจและครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ กาย ใจ และสังคม 


"สิ่งสำคัญคือต้องทำให้นวัตกรรมมาช่วยเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพผู้ป่วย บุคลากร และสังคม ไม่ใช่ทดแทนการดูแลด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ และต้องทำให้เกิดความสมดุลของการใช้นวัตกรรมกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วย เพราะเรารักษาคนที่เป็นโรค ไม่ได้รักษาโรค จึงต้องเข้าใจความเป็นตัวตนของคนๆ นั้น เข้าใจความเจ็บป่วยทางกาย ใจ และสังคมของคนๆ นั้น โดยเวทีนี้เรามาเรียนรู้กันเพื่อสร้างอนาคคตที่ดีให้ระบบบริการสุขภาพของสังคมไทย" ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์กล่าว 

พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. กล่าวว่า สมการสู่อนาคตของระบบสาธารณสุขคือ ความเมตตาอาทร (Compassion) บวกกับนวัตกรรมล้ำสมัย (Innovation) จึงจะเกิดคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน (Quality & Safety for Everyone) จึงเป็นที่มาของแนวคิด HA National Forum ปีที่ 26 "Compassionate Innovation: Shaping the Future of Care" ที่เป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ที่ความเป็นมนุษย์และเทคโนโลยีเดินเคียงข้างกัน ซึ่งการออกแบบบริการสุขภาพที่ทันสมัยและอบอุ่นใจ จะผลักดันให้เกิดการสร้างอนาคตของการดูแล ที่สำคัญต้องขับเคลื่อนด้วย "คุณภาพ" ที่ปัจจุบันเป็น Quality 4.0 ที่ต้องมีเรื่องดิจิทัลอัจฉริยะและการทำงานเชิงรุก ซึ่งมาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ (HA) ฉบับที่ 6 หรือฉบับล่าสุด มีโครงร่างมาจากมาตรฐานเรื่องการบริหารองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยมีการเพิ่มมาตรฐาน 3 หมวด คือ Digital care ที่ไม่ใช่แค่เรื่อง Telemedicine แต่คือการวางระบบที่จะใช้เครื่องมือมาดูแลว่าทำอย่างไรให้ปลอดภัย , Workforce Well-being การดูแลสุขภาวะบุคลากร และ Sustainable Care คือการรับผิดชอบต่อสังคม ทำให้ได้รับคำชมและการรับรองจากสมาคมระหว่างประเทศเพื่อคุณภาพในการดูแลสุขภาพ (ISQua EEA) ที่ส่งเสริมและรับรองมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของการดูแลสุขภาพทั่วโลก ผ่านเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญกว่า 70 ประเทศ ว่าเป็นมาตรฐานฉบับแรกของโลกที่บูรณาการ 3 เรื่องเข้ามาอยู่ในมาตรฐานฉบับนี้ 


สำหรับการจัดงานประชุมวิชาการในครั้งนี้ ตั้งเป้าให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากล  มีการประกาศเกียรติคุณและสร้างความภาคภูมิใจแก่สถานพยาบาล  สร้างแรงบันดาลใจเพื่อต่อยอดนวัตกรรมบุคลากรสาธารณสุข และผนึกกำลังสานพลังเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งระบบบริการสุขภาพที่ก้าวหน้าคือการเชื่อมโยงของโรงพยาบาลทุกระดับ ทุกสังกัด เป็นระบบสุขภาพที่เป็นหนึ่งเดียว โดยตลอด 4 วันมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 6,300 คน วิทยากรมากกว่า 346 ท่าน มีห้อข้อบรรยาย 155 หัวข้อ 15 ห้องสัมมนา จัดแสดงผลงานวิชาการกว่า 1,390 เรื่อง ที่สำคัญยังจัดงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ให้มีความรับผิดชอบต่อพลังงาน เน้นการแต่งกายสุภาพ ไม่จำเป็นต้องสวมสูทผูกไท มีการวางแผนเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้รถร่วมกัน ปรับการใช้เครื่องปรับอากาศที่เหมาะสม โดยตั้งอุณหภูมิ 26-27 องศาเซลเซียส ลดการใช้ลิฟต์ และใช้บันไดในระยะใกล้ รวมถึงการใช้พลีงงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยปิดไฟและอุกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ใช้ Energy Saver Mode สำหรับคอมพิวเตอร์ และใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนเอกสาร 


ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาพิเศษ "Compassionate Healthcare System Policy for Quality and Safety for All: การขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพด้วยความใส่ใจเพื่อคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับทุกคน" ว่า ปัจจุบันสถานะการเงินโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รายจ่ายสูงกว่ารายรับท่ามกลางภาระงานที่เกินขีดจำกัด ดังนั้น การจะขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เกิดความยั่งยืนได้นั้น กระทรวงสาธารณสุขจะเดินหน้าใน 5 เรื่อง คือ

 1.เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพเชิงพื้นที่ ด้วย One Region One Province One Hospital เช่น บริหารเตียงในจังหวัดร่วมกัน เพิ่มอัตราการใช้เตียงในโรงพยาบาลชุมชนที่ใช้เพียง 50-60% มารองรับผู้ป่วยที่ต้องพักฟื้นเพื่อให้ออกจากโรงพยาบาลจังหวัดเร็วขึ้น หรือมาใช้ห้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลชุมชน สิ่งที่โรงพยาบาลศูนย์ทำได้จะขยายมายังโรงพยาบาลทั่วไป และให้โรงพยาบาลศูนย์สร้างรายได้จากประกันสุขภาพ เปิดคลินิกพรีเมียม ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เป็นต้น 

2.สร้างสุขภาพดีทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กเพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แข่งขันกับต่างประเทศได้ , วัยทำงาน ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มี Work Life Balance ไม่เจ็บป่วยด้วยโรค NCDs และกลุ่มสูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถึงระยะติดบ้านติดเตียงสั้นที่สุด 

3.เพิ่มขีดความสามารถนวัตกรรม โดยขับเคลื่อนดิจิทัลสุขภาพ ที่ใช้เทคโนโลยี AI และ Internet  of Thing มาช่วยทำงานในโรงพยาบาล เน้นการแพทย์แม่นยำและ ATMPs  

4.เพิ่มมูลค่าเชิงเศรษฐกิจสุขภาพ โดยเราจะไม่ใช่กระทรวงความมั่นคงทางมนุษย์อย่างเดียว แต่สามารถสร้างเศรษฐกิจด้วยในเรื่องของ Wellness โดยร่วมกับภาคเอกชน และ 5.บุคลากรมีขวัญกำลังใจ เพราะระบบบริการที่ใส่ใจต้องเริ่มจากบุคลากรที่มีขวัญและกำลังใจ โดยจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการสาธารณสุข (ก.สธ.) นอกจากความมั่นคงแล้ว จะดูเรื่องความก้าวหน้าและค่าตอบแทนต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับ Productivity หรือตามเนื้องาน สร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเป็นธรรม และรักษาสมดุลชีวิตกับการทำงานและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน



No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages