เครือข่ายงดเหล้า จังหวัดอีสานตอนบน ถอดบทเรียน ชูโมเดลต้นแบบ “ชุมชนสู้เหล้าบ้านหัวฝาย” - Thailand Times

Breaking



Post Top Ad

Tuesday, 10 March 2026

เครือข่ายงดเหล้า จังหวัดอีสานตอนบน ถอดบทเรียน ชูโมเดลต้นแบบ “ชุมชนสู้เหล้าบ้านหัวฝาย”

เครือข่ายงดเหล้า รวมพลชมรมคนหัวใจเพชร และพลังหญิงหัวใจเพชร 11 จังหวัดอีสานตอนบน ถอดบทเรียน  ชูโมเดลต้นแบบ “ชุมชนสู้เหล้าบ้านหัวฝาย” เปลี่ยนวิกฤตเป็นพลัง สร้างงาน สร้างรายได้ มีเงินออม สู่ชุมชนเปี่ยมสุข


เมื่อเร็วๆนี้ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภาคอีสานตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม เวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า (อ.สคล.) และกลุ่มพลังหญิงคนหัวใจเพชร จาก 11 จังหวัด โดยได้รับเกียรติจาก นางนันทนา ตันติทวีโชค นายกเทศมนตรีเมืองวังสะพุง เป็นประธานเปิดงาน พร้อมนางฐิติพันธ์ วงษ์คำจันทร์ ผู้ประสานงาน สคล.จังหวัดเลย ร่วมให้กำลังใจเครือข่ายอาสาสมัครที่ร่วมกันสร้างสังคมสุขภาวะในชุมชน ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย


นางสาวจันทรัช สารี นักจัดการชุมชนสุขภาวะ (สคล.อีสานตอนบน) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้เครือข่ายนำเสนอผลการดำเนินงานของ “ชมรมอาสาสมัครเครือข่ายงดเหล้า (คนหัวใจเพชร)” และ “กลุ่มพลังหญิงหัวใจเพชร” จากหลายพื้นที่ ถ่ายทอดประสบการณ์ขับเคลื่อนชุมชนลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านกระบวนการ “ชวน–ช่วย–ชม–เชียร์” ควบคู่กับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กติกาชุมชนปลอดเหล้าในงานบุญ งานประเพณี และกิจกรรมสาธารณะ รวมถึงการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ โดยอาศัยความร่วมมือของผู้นำชุมชนและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ มีการออกแบบนวัตกรรมชุมชน พร้อมการสร้างอาชีพให้ผู้ที่เลิกดื่มได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของชมรมฯในการเชื่อมกองทุนสุขภาพตำบล การเชื่อมร้อยกลไกภาคีในชุมชนในการสร้างชุมชนสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยง และพัฒนาสังคมที่ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างยั่งยืน


โมเดลชุมชนต้นแบบ “บ้านหัวฝาย” ที่คนอยากมาศึกษาดูงาน

นางกันระยา อยู่กรุง  ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวฝาย ม.2 ตำบลเอราวัณ อำเภอเอรวัณ จังหวัดเลย กล่าวว่า การขับเคลื่อนชุมชนลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบ้านหัวฝาย เริ่มต้นจากการปรับวิธีคิดของคนในหมู่บ้าน จากเดิมที่มักเดินทางไปศึกษาดูงานพื้นที่อื่น มาเป็นการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่า “ทำอย่างไรให้หมู่บ้านของเราเป็นพื้นที่ที่คนอื่นอยากมาศึกษาเรียนรู้” จึงชวนคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีพลังสำคัญของหมู่บ้าน มาร่วมกันรณรงค์งดเหล้า ควบคู่กับการพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชนให้สะอาด น่าอยู่ และสร้างกิจกรรมที่ก่อให้เกิดอาชีพและรายได้ เวลาที่เคยหมดไปกับวงเหล้าก็เปลี่ยนมาเป็นเวลาของการทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปลูกไม้ดอก ปลูกผักสวนครัว หรือการรวมกลุ่มทอเสื่อเพื่อสร้างรายได้เสริม ทำให้ครัวเรือนมีรายได้เพิ่มขึ้น และชุมชนมีความสามัคคีมากขึ้น ปัจจุบันบ้านหัวฝายจึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีหน่วยงานและชุมชนจากหลายจังหวัดเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า หากชุมชนร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็ก ๆ ก็สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้


พลังหญิงเปลี่ยนชุมชน จาก “งานศพปลอดเหล้า” สู่กองทุนช่วยเหลือกัน

นางบุญชู นพบูรณ์ แกนนำกลุ่มสตรีชุมชนร่วมใจดอนเตย จังหวัดนครพนม เล่าว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดจากการรวมตัวของผู้หญิงที่ต้องการแก้ปัญหาการดื่มเหล้าในชุมชน โดยเริ่มจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ก่อนต่อยอดจัดตั้ง กองทุน “เพื่อนช่วยเพื่อน” เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามจำเป็น โดยเฉพาะการจัด งานศพปลอดเหล้า ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเจ้าภาพ และสร้างข้อตกลงร่วมกันของคนในชุมชน การจัดงานศพปลอดเหล้าแบบครบวงจร ทั้งประสานงาน เป็นพิธีกรอาสา ติดป้ายรณรงค์ และสร้างบรรยากาศที่ดีให้เจ้าภาพรู้สึกภูมิใจ ทำให้หลายครอบครัวเริ่มเห็นว่าการจัดงานโดยไม่ใช้เหล้าก็ทำได้


นางบุญชู กล่าวต่อว่า เมื่อสมาชิกเลิกเหล้าได้มากขึ้น กลุ่มยังต่อยอดสร้างอาชีพ เช่น การผลิตสินค้าชุมชนและปลูกผักจำหน่าย ทำให้เห็นว่าการลดเหล้าไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้และสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว


นวัตกรรม “งดเหล้าออมเงิน–ออมทอง” เปลี่ยนค่าเหล้าเป็นเงินออม


อีกตัวอย่างที่ได้รับความสนใจคือ นวัตกรรม “งดเหล้าออมเงิน–ออมทอง” น.ส.จิรัชยา สุขจิตร แกนนำอสม.พลังหญิง ตำบลท่าดอนคำ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากกลุ่มที่เคยชวนกันดื่ม กลายเป็นนักรณรงค์ชวนคนในชุมชนนำเงินค่าเหล้ามาเป็นเงินออม “เราทำให้เขาเห็นว่า จากเงินเล็ก ๆ แต่ทำอย่างต่อเนื่อง จนสามารถซื้อของใช้จำเป็นและสร้างฐานะให้มั่นคงขึ้นได้” พร้อมทั้งวางแผนสร้าง อาชีพเสริม เช่น การทำกล้วยฉาบ เพื่อสร้างรายได้และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านดีขึ้น แต่ยังสร้าง ความเชื่อมั่น ให้แก่คนในชุมชนในการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมอย่างยั่งยืน


เช่นเดียวกับ นางพนิดา มาตรขาว สมาชิกกลุ่ม ที่มีอาชีพกรีดยางพารา ได้ตัดสินใจแบ่งเงินครั้งละ 500 บาท มาออมทอง จากเดิมที่เงินส่วนหนึ่งเคยใช้กับการดื่มสุรา “ตอนแรกคิดว่าอาจทำไม่ได้ แต่พอเริ่มจากเงินเล็ก ๆ แล้วทำต่อเนื่องก็เห็นผลจริง ตอนนี้มีทองเก็บ สุขภาพก็ดีขึ้น และเงินก็เหลือเก็บมากขึ้น” นางพนิดากล่าว


ทั้งนี้ น.ส.จันทรัช เพิ่มเติมว่า เวทีถอดบทเรียนครั้งนี้มีชมรมเครือข่ายอาสาสมัคร(อ.สคล.) และกลุ่มพลังหญิงได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองเลย และ พื้นที่ ต.ผาน้อย จ.เลย, ต.กุดหว้า จ.กาฬสินธ์, ต.หนองหว้า จ.หนองบัวลำภู, ต.หนองซน และ ต.ดอนเตย จ.นครพนม, ต.ท่าดอกคำ จ.บึงกาฬ, ต.โคกสี จ.สกลนคร, ต.ทุ่งกุลา จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเวทีถอดบทเรียนครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายอาสาสมัครเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า “พลังเล็ก ๆ ของคนในชุมชน” สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ให้เกิดขึ้นกับสังคมได้.






No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages