63 ปี วช. ขนทัพงานวิจัย โชว์เวที “NRCT Talk” - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2565

63 ปี วช. ขนทัพงานวิจัย โชว์เวที “NRCT Talk”

วันที่ 26 ตุลาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเวที “NRCT Talk” โชว์ผลงานวิจัยที่ วช. ให้การสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในงาน“วันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 63 ปี” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรมฯ ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

นายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมบนเวที “NRCT Talk” ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานการของ วช. ในการสนับสนุนและผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ให้แก่ประชาชนทั่วไป รวมถึงการประชาสัมพันธ์และจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่โดดเด่นของ วช. เพื่อสร้างความตระหนัก และการรับรู้ต่อภาครัฐและเอกชน โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจต่าง ๆ ดังนี้ 

ผลงานวิจัยเรื่อง “ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น” โดย รศ.ดร.ดวงฤดี ฉายสุวรรณ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการพัฒนากลาสเซรามิกสูตร GCCY โดยพิจารณาจากสารเติมแต่งและกระบวนการทางความร้อนเป็นสำคัญ โดยมีช่วงการก่อนิวเคลียสที่ยาวนานขึ้น (72 ชั่วโมง) ส่งผลให้มีจำนวนนิวคลีไอและผลึกเพิ่มขึ้น อีกทั้งสารเติมแต่งชนิดซีเรียมออกไซด์ ส่งผลให้กลาสเซรามิก มีลักษณะขาวอมเหลือง โดยกลาสเซรามิกที่ผลิตได้มีความแข็งแรงสูงขึ้นมาก และสามารถยอมรับได้ในมาตรฐานวัสดุ เซรามิกทางทันตกรรม และมีความแข็งเข้าใกล้ความแข็งของเคลือบฟัน และเนื้อฟัน ที่ทันตแพทย์ต้องการมากขึ้น และสามารถกรอแต่งด้วยระบบ CAD/CAM ซึ่งเป็นการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการสร้างชิ้นงานทางทันตกรรม ตรงตามความต้องการของทันตแพทย์ 

ผลงานวิจัยเรื่อง “เพิร์ลสกิน : ครีมขัดผิวเกล็ดประกายมุก” ของ นางสาวเมธีรัตน์ ธานีรัตน์ นักศึกษาปริญญาโท แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศ.ดร.สนอง เอกสิทธิ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเพิร์ลสกิน : ครีมขัดผิวเกล็ดประกายมุก เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปเปลือกหอยเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลทำให้ขยะเปลือกหอยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นการกำจัดขยะโดยการแปรรูปขยะให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เกล็ดประกายมุกแปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ มีคุณสมบัติพิเศษที่เหมาะสมในการใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการขัดผิวในเครื่องสำอางจากการแปรรูปจะมีช่องว่างระดับนาโนเมตร แทรกอยู่ระหว่างชั้นของแผ่นอะราโกไนต์ทำให้สามารถบรรจุสารออกฤทธิ์เข้าไปแทนที่ ส่งผลทำให้เกิดเป็นกระบวนการทำงานแบบไบโอเอนแคปซูเลชั่นในเกล็ดประกายมุกที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ 

ผลงานวิจัย “ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางจากข้าวสังข์หยดอินทรีย์ พัทลุง” โดย ดร.พรวิชัย เต็มบุตร แห่งคณะอุตสาหกรรมเกษตรและชีวภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง เป็นผลงานวิจัยดังกล่าวได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปข้าวสังข์หยดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงตามมาตรฐานชุมชน” เป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมในการนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน เกิดผลผลิตที่สำคัญ คือ ผลิตภัณฑ์ต้นแบบโจ๊กข้าวกล้องสังข์หยดสำเร็จรูปปรุงรส และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางคลีนซิ่งออยล์จากสารสกัดรำข้าวสังข์หยด พร้อมทั้งคู่มือองค์ความรู้เรื่อง “การเพิ่มมูลค่าข้าวสังข์หยดด้วยการแปรรูป” ในการขยายพื้นที่จากเดิมเพื่อเป็นชุมชนต้นแบบ ให้เป็นกลุ่มเป้าหมายในการขยายผลสำหรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเพิ่มมูลค่าข้าวสังข์หยดด้วยการแปรรูป โดยใช้วัตถุดิบที่เหลือจากการขายทั้งส่วนที่เป็นข้าวหักท่อนและรำข้าว สู่ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และ อย. เป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการประกอบอาชีพของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสังข์หยด ขยายระดับการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ในระดับที่สูงขึ้น อาศัยความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่วิสาหกิจชุมชนที่เป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสังข์หยดในจังหวัดพัทลุง ร่วมมือกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการนำองค์ความรู้ดังกล่าวเป็นหน่วยขับเคลื่อนประสานงาน สนับสนุนและสถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการสามารถส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้จากการแปรรูปข้าวสังข์หยดให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรม เพิ่มการจ้างงาน เพิ่มความรู้ให้แก่ประชาชนในจังหวัดยกระดับเศรษฐกิจฐานรากชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างแท้จริง

สำหรับกิจกรรมบนเวที “NRCT Talk” นักวิจัยจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ความรู้จำนวนมาก ซึ่งผลงานวิจัยที่นำมาแสดงในเวที “NRCT Talk” เป็นผลงานที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. โดยกิจกรรมดังกล่าว จะจัดถึงวันที่ 28 ตุลาคม 2565 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad


Pages