“รมต.อนุชา” เปิดงานส่งเสริมพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชน จ.อุบลฯ หนุนกองทุนหมู่บ้านยกระดับด้วย BCG สร้างชุมชนเข้มแข็ง - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

“รมต.อนุชา” เปิดงานส่งเสริมพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชน จ.อุบลฯ หนุนกองทุนหมู่บ้านยกระดับด้วย BCG สร้างชุมชนเข้มแข็ง

“รมต.อนุชา” ลงพื้นที่อุบลฯ เปิดโครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านชุมชน หนุนกองทุนหมู่บ้านฯ เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง  ดึง BCG Model พัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เน้นคุณภาพและความยั่งยืน สอดรับนโยบายรัฐ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 
(วันที่ 8 ก.ค. 2565   ) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน จ.อุบลราชธานี  จัดโดยสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ โดยมี นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเบญพล นาคประเสริฐ ผู้อํานวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติและสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้  โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ยกระดับชุมชนตามนโยบายรัฐบาล 

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง เพื่อสร้างรายได้ พัฒนาอาชีพผ่านการกลไกการสนับสนุนของกองทุนหมู่บ้านฯ 
“การดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้าน จะเป็นเครื่องมือเพื่อเพิ่มแหล่งเงินทุนหมุนเวียน ที่จะเข้ามาสนับสนุนโครงการของชุมชน เพื่อการพัฒนาความเข้มแข็งในระดับชุมขน ทั้งทางด้านการกระตุ้นให้เกิดการออม การบริหารจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นคงในครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นทุนสำหรับการต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ ลดภาระค่าใช้จ่าย สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง” นายอนุชากล่าว 
ทั้งนี้ ทิศทางของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เน้นที่จะยกระดับพัฒนาอาชีพ ให้เป็นไปตามโมเดล “BCG Economy Model” ที่เน้นความสำคัญเศรษฐกิจสีเขียว เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยนำหลัก BCG มาปรับใช้ให้เกิดการพัฒนา“เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ประชาชนมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตดี โดยควบคู่ไปกับการรักษาและฟื้นฟูทรัพยากร จากความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพที่ดี ด้วยการใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” ผ่านกลไกของกองทุนฯ
สำหรับความก้าวหน้าของการดำเนินงาน “โครงการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสร้างโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน” ใน 2 หมู่บ้าน ของพื้นที่ จ.อุบลฯ ที่ประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการกองทุน ประกอบด้วย กองทุนหมู่บ้านไชยชนะ และกองทุนหมู่บ้านนาพิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่
ประสบความสำเร็จ ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ตามแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้เศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็ง สามารถต่อยอดและสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
โดยการเยี่ยมชม “กองทุนหมู่บ้านไชยชนะ” เป็นกองทุนที่มีศักยภาพในด้านการบริหารจัดการกองทุนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้าน จนสามารถได้รับรางวัลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตัวอย่าง อันดับที่ 3 ซึ่งกองทุนฯได้ดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ไม่ว่าจะเป็น โครงการส่งเสริมการออมและการกู้ยืมเงินออม  โครงการปั๊มน้ำมันยอดเหรียญ และโครงการโรงน้ำดื่มชุมชน ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยพึ่งพาอาศัยระหว่างกันในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง 
ขณะที่ “กองทุนนาพิน” ที่ได้รับรางวัลกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองตัวอย่าง อันดับที่ 1  เป็นกองทุนที่ดำเนินกิจการในรูปแบบ สถาบันการเงินชุมชน โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เป็นผู้สนับสนุนการวางระบบในการบริหารธุรกิจภายในชุมชน ทั้งในด้านการเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสังฆภัณฑ์ เป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อ ส่วนการดำเนินการโครงการโรงน้ำดื่ม บรรจุขวด  อยู่ระหว่างการขอใบรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) และยังได้ดำเนินติดตั้งโครงการตู้น้ำดื่มยอดเหรียญ เพื่อให้บริการน้ำดื่มสะอาดกับชุมชน เป็นการช่วยส่งเสริมสุขอนามัยได้อีกทางหนึ่ง 
นอกเหนือจากการสร้างรายได้ให้กับชุมชน ยังเป็นการพัฒนาชุมชนตัวอย่างที่พร้อมขยายผล สู่เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านอื่นๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้สอดรับ กับชุมชนของตัวเอง เพื่อยกระดับการออม เสริมสร้างรายได้นอกเหนือจากอาชีพหลักที่มีอยู่ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านทุนทรัพย์ สุขอนามัยและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ลดภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่ยังมีสัดส่วนที่สูง นำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจในระดับชุมชน สู่ระดับจังหวัด เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad


Pages