“ยันฮี” โดดร่วมงาน “BANGKOK PRIDE 2022” ตามกระแสหลากหลายทางเพศ ให้ความรู้เส้นทางการแปลงเพศแบบหมดเปลือก - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

“ยันฮี” โดดร่วมงาน “BANGKOK PRIDE 2022” ตามกระแสหลากหลายทางเพศ ให้ความรู้เส้นทางการแปลงเพศแบบหมดเปลือก

กระแส LGBT ยังแรงไม่หยุด ยันฮีโดดร่วมงานกับเพจดัง SPECTRUM  ตอบโจทย์ความหลากหลายทางเพศ ในงาน  “BANGKOK PRIDE 2022” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่  พร้อมส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้เส้นทางการแปลงเพศแบบหมดเปลือก  ตามสโลแกน “ครบ..จบที่ยันฮี กับชีวิตใหม่ที่ใครก็เลือกที่จะเป็นได้” เชื่อมั่นศักยภาพยันฮี ยังเป็นหนึ่งในใจคนที่ต้องการแปลงเพศของเมืองไทย

นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี  เปิดเผยสถานการณ์ LGBT (กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ)ว่า “ปัจจุบันLGBT เป็นสังคมที่ได้รับการยอมรับการอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น  สามารถแสดงออกกันได้อย่างเต็มที่บนพื้นฐานของความถูกต้องและไม่ขัดต่อสาธารณชน  ซึ่งรพ.ยันฮีก็เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลหลายๆ แห่งที่ร่วมให้การดูแลกลุ่มบุคลเหล่านี้ตามหลักการทางการแพทย์ เพื่อให้สอดรับสถานการณ์ปัจจุบันภายใต้ศูนย์การแปลงเพศครบวงจร รพ.ยันฮี      

สำหรับศูนย์แปลงเพศครบวงจร โรงพยาบาลยันฮี เราให้บริการแบบสหสาขาวิชาชีพ ทั้งการแปลงเพศจากชายเป็นหญิงและจากหญิงเป็นชาย ตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษาด้านจิตเวช  การเทคฮอร์โมนเพื่อปรับสภาพร่างกายตั้งแต่แรกเริ่ม  การวางแผนการผ่าตัดแปลงเพศอย่างถูกวิธีและปลอดภัย  รวมทั้งการดูแลหลังการผ่าตัดด้วยทีมแพทย์สหสาขา ทีมพยาบาลที่มีประสบการณ์ด้านนี้โดยตรง  จึงทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย  นับได้ว่า รพ.ยันฮีเป็นศูนย์กลางของการแปลงเพศที่สามารถผ่าตัดแปลงเพศได้ทั้งจากชายเป็นหญิงและหญิงเป็นชาย ตามสโลแกนที่ว่า “ครบ จบ ที่ยันฮี”  

“ปัจจุบัน การผ่าตัดแปลงเพศได้รับการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก มีการคิดค้นเทคนิคการผ่าตัดใหม่ๆ ที่ได้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ รูปลักษณ์ที่ได้จะมีความคล้ายคลึงเพศที่ต้องการมากที่สุด  โดยโรงพยาบาลยันฮีจะผ่าตัดด้วยวิธีจุลยศัลยกรรม ซึ่งเป็นการการผ่าตัดผ่านกล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง สามารถเห็นรายละเอียดโครงสร้างเส้นประสาทต่างๆ ได้ชัดเจนและละเอียดมาก  แผลผ่าตัดเล็กลง เจ็บแผลน้อยลง คนไข้ฟื้นตัวเร็วขึ้น ที่สำคัญแพทย์มีประสบการณ์ในการผ่าตัด ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เกิดผลข้างเคียงน้อยมาก”  นายแพทย์สุพจน์ กล่าว      


ก้าวแรกที่สำคัญของการแปลงเพศ นั่นคือ การประเมินสภาพจิตใจจากจิตแพทย์จำนวน1- 2 ท่านตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อประเมินตัวตนให้ชัด  จิตแพทย์จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุด เปรียบเหมือนผู้ช่วยที่จะทำให้ผู้เข้ารับการแปลงเพศค้นหาตัวเองได้ และจะเป็นผู้ดูแลเพื่อให้ผู้เข้ารับการแปลงเพศสามารถยอมรับและเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย รวมถึงปรับการใช้ชีวิตประจำวันกับเพศใหม่ได้อย่างเหมาะสม

นพ.วรพล รัตนเลิศ
อีกจุดหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การเทคฮอร์โมนภายใต้การดูแลของแพทย์   เราพบว่า คนส่วนใหญ่จะซื้อฮอร์โมนกินเองตามโฆษณาชวนเชื่อ หรือการบอกต่อในสังคมโซเชียล โดยไม่ปรึกษาแพทย์  เพราะไม่ตระหนักถึงอันตรายที่ตามมา เช่น  การใช้ยาฮอร์โมนในปริมาณมากเพื่อเร่งผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว หรือใช้ผิดประเภท  ผิดขนาด อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในกลุ่มคนข้ามเพศนั่นเอง ดังนั้น การใช้ฮอร์โมนตามคำแนะนำของแพทย์จึงจะปลอดภัยมากกว่า  เพราะจะมีการตรวจติดตามสุขภาพ และสามารถตรวจพบความผิดปกติหรือปัญหาสุขภาพได้ทันท่วงที ซึ่งแพทย์อาจมีการปรับยา และ/หรือ สั่งยาเพิ่ม ตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ณภัค มหาอุดมพร

สุดท้าย เมื่อก้าวเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดแปลงเพศ ไม่ว่าจะแปลงเป็นชายหรือหญิงก็ตาม  ถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด  ควรศึกษากระบวนการให้ถ่องแท้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์มีความชำนาญโดยเฉพาะ  วิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล  สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุด โดยรพ.ยันฮีเรายึดหลักการรักษามาตรฐาน 3S มาโดยตลอด นั่นคือ  คือ Safety (ความปลอดภัยในการผ่าตัด) Standard (มาตรฐานในการรักษาผู้รับบริการ) และ Specialist (ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง) 

รรินภัทร์ สมอุ่น

“อย่างไรก็ดี ผู้ที่ตั้งใจแปลงเพศควรเริ่มจากศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจเปลี่ยนกายให้ตรงกับจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นเทคฮอร์โมนเพศ หรือเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ และควรได้รับการดูแลทางด้านจิตใจอย่างเหมาะสม เช่น การปรึกษาแพทย์ คนรอบข้างที่เข้าใจ คนในครอบครัวสนับสนุน เป็นต้น  ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อน ที่สำคัญผลของการเปลี่ยนแปลงนี้จะยังคงอยู่กับเราตลอดไป ด้วยเหตุนี้ก่อนเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดแปลงเพศ เราจึงต้องตัดสินใจให้ถี่ถ้วนและรอบคอบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถมีชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นใจและมีความสุข” นายแพทย์สุพจน์  กล่าวทิ้งท้าย    

สำหรับการเข้าร่วมงาน “BANGKOK PRIDE 2022” ในครั้งนี้ ยันฮีได้ส่งแพทย์เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนอย่างแท้จริง  มีการเล่าเรื่องราวและกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกายให้ตรงกับเพศสภาพอย่างหมดเปลือก  โดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมแปลงเพศจากหญิงเป็นชาย และแพทย์เฉพาะทางด้านการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง อาทิ นพ.สุกิจ วรธำรง, นพ.วรพล รัตนเลิศ พร้อมด้วยผู้ที่เคยผ่าตัดแปลงเพศมาแล้วกับโรงพยาบาลยันฮี คุณจิ๊บ ณภัค มหาอุดมพร และ คุณริน รรินภัทร์ สมอุ่น ที่ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ข้ามเพศอย่างเต็มรูปแบบ  รวมทั้งยังมีบูทคำปรึกษาจากแพทย์ด้านการแปลงเพศ  พร้อมทั้งได้มอบบัตรส่วนลด 5% สำหรับผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนที่ บูธโรงพยาบาลยันฮีอีกด้วย เชื่อว่า กิจกรรมครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับตามกระแสสังคม LGBT ได้อย่างแท้จริง

ณภัค มหาอุดมพร (ซ้าย)+รรินภัทร์ สมอุ่น(ขวา)

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่  Facebook: โรงพยาบาลยันฮี Yanhee Hospital   Line:@yanheehospital      IG: yanheehospital_official หรือโทร. 1723 




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad


Pages