สกสว. เดินหน้าขยายความร่วมมือหน่วยงานวิจัยประเทศญี่ปุ่น ‘เรียนรู้กลยุทธ์เร่งนวัตกรรม’ - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

Friday, July 16, 2021

สกสว. เดินหน้าขยายความร่วมมือหน่วยงานวิจัยประเทศญี่ปุ่น ‘เรียนรู้กลยุทธ์เร่งนวัตกรรม’

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2564) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดการประชุมออนไลน์ TSRI Seminar Series on International Research Collaboration Policy ครั้งที่ 2 “Research and Innovation Accelerator” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (NEDO: New Energy and Industrial Technology Development) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของประเทศญี่ปุ่น ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนการเร่งให้เกิดนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ 

รศ.ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ระหว่างประเทศ โดย สกสว. มีภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและแผนด้าน ววน. โดยการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบริหารจัดการงบประมาณ นอกจากนี้ สกสว. ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาด้านการวิจัยระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้แนวทางการพัฒนาระบบ ววน. โดยโครงการ “TSRI Seminar Series on International Research Collaboration Policy” ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้าน ววน. กับต่างประเทศ รวมถึงเพื่อรับทราบทิศทางและนโยบายการพัฒนาด้าน ววน. ของประเทศเป้าหมาย ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ สกสว. จะได้เรียนรู้จาก NEDO ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานในระดับนานาชาติ 

Ms. YURUGI Yoshiko Asian Representative Office in Bangkok, NEDO กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาประเทศญี่ปุ่นได้ประสบปัญหาวิกฤตทางด้านพลังงานครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักถึงความสำคัญในการสรรหาแหล่งพลังงานใหม่ ๆ ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ รวมถึงค้นหาพลังงานทดแทน จากสาเหตุดังกล่าวจึงมีการก่อตั้ง NEDO ในปี พ.ศ. 2546 โดยมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมพลังงาน โดย NEDO มีบุคลากรจากทั้งภาครัฐและภาคการศึกษารวมทั้งสิ้นกว่า 1,200 คน มีงบประมาณกว่า 160,000 ล้านเยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อดำเนินงานตามเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาภาคพลังงานในรูปแบบใหม่ ๆ ที่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน 10 ปี โดยระหว่างนั้นก็จะมีการทดสอบและพัฒนา จนกระทั่งสามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้จริงในสังคม อย่างไรก็ตาม NEDO ถือเป็นหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ที่ทำหน้าที่สนับสนุนทุนวิจัย (Funding Agency) ให้กับนักวิจัยโครงการต่าง ๆ ดังนั้น NEDO จึงเป็นกลไกกลางที่ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ ในการทำงานร่วมกัน ภายใต้การออกแบบนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งเกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม ซึ่ง NEDO จะให้การสนับสนุนทุนวิจัยทางด้านพลังงานคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 50 ของกองทุน โดยการรับข้อเสนอโครงการนั้นจะผ่านกระบวนการพิจารณากลั่นกรองตามขั้นตอนและมีคำแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงสอดคล้องกับทิศทางของนโยบายการพัฒนาจากทางภาครัฐ นอกจากนี้ NEDO ยังมีการก่อตั้งสาขานอกประเทศญี่ปุ่นรวมทั้งสิ้น 17 สาขา รวมถึงในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการดูแลสาขาต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยการทำงานนอกประเทศญี่ปุ่นนั้น จะมีแนวทางการดำเนินงานคือการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับหน่วยงานภาครัฐบาลของประเทศนั้น ๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการช่วยเหลือ การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จนกระทั่งโครงการประสบความสำเร็จ 

ดร. นุวงศ์ ชลคุป ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  แห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งในนักวิจัยไทยที่เคยร่วมงานกับ NEDO ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมเปิดเผยว่า ในอดีตที่ผ่านมา สวทช. ได้มีความร่วมมือการทำงานร่วมกับ NEDO ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิจัยและพัฒนาในประเด็นเรื่องของ พลังงานทดแทนจากธรรมชาติหรือไบโอดีเซล (Biodiesel) จากปาล์มและพืชในท้องตลาดของประเทศไทย โดยมีบริษัทในประเทศญี่ปุ่นให้ความสนใจในการสำรวจความเป็นไปได้ของตลาดรวมถึงความสามารถในการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยการวิจัยนั้นสามารถพัฒนาต่อยอดและรัฐบาลไทยนำมาขับเคลื่อนการใช้พลังงานไบโอดีเซลในท้องตลาด ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่างการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศ 

อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากทั้งภาคนโยบาย หน่วยบริหารจัดการทุน รวมถึงนักวิจัยในระบบ ววน. ได้ร่วมเรียนรู้ประสบการณ์จาก NEDO ในการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี และยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยมีการประเมินผลกระทบได้อย่างชัดเจน




No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages