สสส.ผนึก ภาคประชาชน โรงเรียน หน่วนงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมงานรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยทางถนน ปลอดโรคโควิด หลังพบเกิดอุบัติเหตถี่ ทำนักเรียนเสียชีวิตหลายพันรายต่อปี เปิดพื้นที่ “อยุธยา” เครือข่ายภาคกลางดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วน - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สสส.ผนึก ภาคประชาชน โรงเรียน หน่วนงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อมงานรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยทางถนน ปลอดโรคโควิด หลังพบเกิดอุบัติเหตถี่ ทำนักเรียนเสียชีวิตหลายพันรายต่อปี เปิดพื้นที่ “อยุธยา” เครือข่ายภาคกลางดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา มีการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรม " วิถีชีวิตใหม่ รถรับ-ส่งนักเรียน อย่างไร ให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด" จัดโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโรค (มพบ.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนจำนวนมาก โดยทุกๆ 1 ชั่วโมงจะเสียชีวิตประมาณ 2 คน กลุ่มอายุ 10-24 ปี มีอัตรการเสียชีวิตมากที่สุดกว่า 25.7% ของจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนน และส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัดที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางไปโรงเรียน 


อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตในเด็กกลุ่มนี้ยังพบด้วยว่าเกิดจากอุบัติเหตุจากรถรับส่งนักเรียน ซึ่งในปี 2561 พบนักเรียนเสียชีวิตสูงถึง 5,131 ราย ดังนั้น เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันลดอุบัติเหตุรถนักเรียนลง โดย สสส.ได้ร่วมทำงานกับ เครือข่ายโรงเรียน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยใช้พื้นที่จังหวัดอยุธยาติดอันดับจังหวัดที่มีการเสียชีวิตสูง ดังนั้นจึงใช้จังหวัดดังกล่าวในการทำงานเพื่อเป็นโมเดลสร้างความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงนี้จะต้องเรื่องการสร้างความปลอดภัยจากโรคโควิด – 19 ร่วมด้วย เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจในการส่งบุตรหลานขึ้นรถโรงเรียนแล้วมีความปลอดภัยทางถนนและโรคระบาด ทั้งนี้หากที่อยุธยาทำสำเร็จก็จะมีการปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

น.ส.ชลดา บุญเกษม หัวหน้าศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.อยุธยา กล่าวว่า เราพบว่าปัญหาในหมู่บ้านคือไม่มีรถโดยสารสาธารณะเข้าถึง ทำให้ผู้ปกครองต้องซื้อรถจักรยานยนต์ให้บุตรหลานเดินทางมาโรงเรียนในเมือง หรือฝากมากับคนที่ทำงานในเมือง ก่อนจะเกิดเป็นอาชีพรับส่งนักเรียน แต่ปัญหาคือมีการใช้รถส่วนตัวที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับคนจำนวนมาก ประกอบกับไม่มีหน่วยงานคอยกำกับติดตามอย่างเป็นระบบ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้ ดังนั้น ทางศูนย์ฯ จึงจัดตั้งกลไกคุ้มครองสิทธิ์ ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ  ขนส่งจังหวัด ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนพนักงานขับรถ เป็นต้น ที่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนที่ใช้บริการรถรับส่งนักเรียนในทุกด้าน โดยต้องมีการหารือ และติดตามรายงานผลทุก 2 เดือน

ขณะที่ นายศุภกร การสมบัติ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคลและกิจการนักเรียน โรงเรียนอยุธยา​วิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนอยุธยา​วิทยาลัยเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน 4.2 พันคน ที่มาจาก 16 อำเภอ และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีนักเรียนกว่า 1,000-1,200 คน หรือกว่า 28 % ต้องใช้บริการรถรับส่งนักเรียน  อย่างไรก็ตาม เดิมโรงเรียนมองว่าการรับส่งนักเรียนไม่ใช้หน้าที่ของโรงเรียน จึงไม่ได้ติดตามดูแล จนเครือข่ายผู้บริโภคมาชักชวนให้โรงเรียนเข้ามาดูแลเรื่องนี้ ด้วยล่าสุดทางโรงเรียนถือว่างานดูแลเรื่องรถรับส่งนักเรียนเป็นหนึ่งในภารกิจของงานในฝ่ายกิจการนักเรียน ที่ต้องบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทางโรงเรียนจะทำหน้าที่ประสานงาน และออกใบอนุญาตผู้ประกอบการขับรถรับส่ง การจัดตั้งชมรมและตั้งกลุ่มไลน์เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ทั้งนี้หากใครไม่เข้าร่วมอยู่ในกลุ่มก็จะไม่ออกใบอนุญาตรับส่งนักเรียนให้ นอกจากนี้ ทุกปี ในการประชุมผู้ปกครองก็จะมีการให้ประเมินผล และสะท้อนประเด็นปัญหาเรื่องรถรับส่งนักเรียนเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นด้วย เช่น ขับรถเร็วเกินไป หรือรถไม่สะอาด มีการขับรถสุภาพหรือไม่ เป็นต้น

ในส่วนของผู้ประกอบการ   น.ส.นภสร สิงหรัตน์ ผู้ประกอบการรถโรงเรียน กล่าวว่า การเดินทางรถโรงเรียนจะเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยให้มีการตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของตัวรถสม่ำเสมอ ติดไฟให้สว่าง มีถังดับเพลิง มีฆ้อนฉุกเฉิน และกำหนดให้พนักงานขับรถด้วยความระมัดระวัง ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. นอกจากนี้ยังกำหนดให้รถรับส่ง 1 คัน รับส่งนักเรียน 2-3 แห่ง ไม่เกิน 12 คน ต่อคัน หลังส่งเด็กเสร็จแล้วจะต้องตรวจสอบว่ามีเด็กตกค้างในรถหรือไม่ และย้ำปฏิบัติตามมาตรฐานกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญในช่วงการระบาดโรคโควิด -19 ได้เพิ่มมาตรการ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนและหลังขึ้นรถ มีการตรวจวัดอุณหภูมิ ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้เด็กทุกคนก่อนขึ้นรถ เตรียมหน้ากากอนามัยสำรองให้เด็ก เป็นต้น


      

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad


Pages