สกสว. เสนอความก้าวหน้าการส่งเสริม ววน. ปี 2563 หนุนไทยขึ้นอันดับ 36 ดัชนีชี้วัดผู้นำนวัตกรรมโลก - Thailand Times

Breaking

Home Top Ad


Post Top Ad

Thursday, February 4, 2021

สกสว. เสนอความก้าวหน้าการส่งเสริม ววน. ปี 2563 หนุนไทยขึ้นอันดับ 36 ดัชนีชี้วัดผู้นำนวัตกรรมโลก

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2564) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)  จัดประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่  1/2564 ณ ตึกบัญชาการ ทําเนียบรัฐบาล โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วย  ศ.(พิเศษ)ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ทำหน้าที่รองประธานที่ประชุม โดยการประชุมครั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้ร่วมนำเสนอถึงความคืบการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปี 2563 ล่าสุดการจัดอันดับความสามารถด้านนวัตกรรมโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กในชื่อ “ดัชนีผู้นำด้านนวัตกรรม” (Bloomberg Innovation Index) ในปีนี้ไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 36 ขยับขึ้นมาจากปีที่แล้ว ที่อยู่ในอันดับที่ 40 ส่วนผู้นำด้านนวัตกรรมของโลกในปีนี้ คือประเทศเกาหลีใต้


สำหรับความก้าวหน้าการส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในปี 2563 กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) โดยที่ผ่านมา สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานในระบบ ววน.  นําไปใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประเทศ บนฐานของความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยกองทุนได้รับจัดสรรงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และมีผลสําเร็จที่ผ่านมางบประมาณด้าน วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้นําไปใช้ตอบโจทย์ของการพัฒนากําลังคน เศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างตรงตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศเผชิญกับวิกฤติ โควิด-19 อาทิ ได้มีการสร้างสรรค์ผลงานการพัฒนาหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อใช้ ในอุตสาหกรรมการผลิตและตรวจสอบคุณภาพหน้ากากอนามัย การผลิตชุดตรวจเชื้อโควิด-19 โดยวิธี Real- TimeRT-PCRจากน้ำลายซึ่งลดขั้นตอนการตรวจและทําให้ตรวจได้ในจํานวนที่มากขึ้น การวิจัย เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือต่อการระบาดของโรคโควิด-19 ในด้านวัสดุและเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) เครื่องช่วยหายใจ โรงพยาบาลสนาม ห้องตรวจแยกแรงดันลบ ฯลฯ การพัฒนาศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติจนได้รับการรับรองมาตรฐานสากลด้าน การดูแล การเลี้ยง และใช้สัตว์ทดลอง ทําให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานสําหรับการวิจัยและทดสอบยา และวัคซีนอย่างครบถ้วนและเป็นที่น่าเชื่อถือ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และปีงบประมาณ 2564 กองทุนส่งเสริม ววน. กําหนดแผนงานและ เป้าหมายซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ มุ่งเน้น การสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง และเพิ่มขีดความสามารถของภาค การผลิตและบริการบนรากฐานของการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืน สามารถใช้แก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อ การพัฒนาสังคมอย่างมีนัยสําคัญและสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีรองรับการดํารงชีวิตในวิถีใหม่ (New Normal) ทั้งนี้ การดําเนินงานจะให้ความสําคัญกับการบรรลุผลลัพธ์ที่มีคุณค่าตามเป้าหมาย ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน และเน้นแนวการพัฒนาที่มี “คน” เป็นศูนย์กลาง เพราะคน เป็นหัวใจสําคัญของทุกเรื่อง
โดยกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ประจําปี งบประมาณ 2563 และ 2564 ได้รับการพิจารณาให้สอดรับกับแผนด้านวิทยาศาสตร์ฯ จะมีบทบาทสําคัญ อย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมของประเทศให้บรรลุตามเป้าหมายในการแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในเรื่องที่มีความสําคัญ ประกอบด้วย
(1) การแก้ปัญหาโควิด19 (2) การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน (3) การแก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม (4) การสร้างเศรษฐกิจฐานราก
ทางด้าน ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมนั้น ไม่ได้หยุดอยู่ที่งานวิจัย แต่ยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ อย่างเช่นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 กองทุนส่งเสริม ววน. ได้ร่วมทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนการวิจัยและพัฒนาวัคซีน เพื่อให้การดำเนินงานภาพรวมของประเทศเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ทางกระทรวง อว. จึงทำหน้าที่เป็นเบื้องหลังในการให้การสนับสนุน โดยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตนักวิจัยไทยจะสามารถผลิตวัคซีนได้เองในประเทศ  นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานในลักษณะที่กลับคืนสู่สังคมผ่านการอบรมฝึกทักษะ การจ้างงาน ตัวอย่างเช่น โครงการ U2T มหาวิทยาลัยสู่ตำบล ส่วนการเสนองบประมาณกองทุนส่งเสริม ววน. ในปี 2564 ถึงแม้จะมีตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นงบประมาณเพื่อการลงทุนไม่ใช่รูปแบบงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการที่ภาครัฐลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพ : สำนักข่าว Bloomberg 

https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-02-03/south-korea-leads-world-in-innovation-u-s-drops-out-of-top-10




No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad


Pages